อยากเป็น นักบัญชี ในยุคไทยแลนด์ 4.0 ต้องปรับตัวและมีความรู้ด้านไอที

20170602163016

เมื่อปลายปี 2558 รัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง ได้ออกยุทธ์ศาสตร์แผน National e-Payment ซึ่งเป็นแผนการพัฒนาระบบการเงินของไทย ให้ทันสมัยและเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ซึ่งมุ่นเน้นใน 5 เรื่องหลักได้แก่

1. ระบบรับและโอนเงินพร้อมเพย์
2. การขยายการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์
3. ระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์
4. โครงการ e-Payment ภาครัฐ
5. ประชาสัมพันธ์

รัฐบาลมีการผลักดันอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายระบบการเงินอิเล็กทรอนิกส์ให้แพร่หลายต่อไป ซึ่งไม่เพียงแต่ภาครัฐเท่านั้น ภาคเอกชนหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ที่พากันจัดตั้งศูนย์ FIN Tech เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้แก่ภาคธุรกิจให้สอดคล้องกับ National e-Payment หรือแม้แต่ค่ายยักษ์ใหญ่ที่จับมือกับบริษัทต่างประเทศทำระบบชำระเงินออนไลน์เป็นจำนวนมากผ่านร้านสะดวกซื้อที่เราคุ้นตา ทั้งหมดนี้คือโอกาสของภาคธุรกิจที่จะสามารถเพิ่มยอดขายและขยายฐานลูกค้าได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำ ไม่ต้องมีสาขา แต่สามารถขายผ่านออนไลน์ได้ ถือเป็นการแข่งขันอย่างกว้างขวางและได้ประโยชน์ทั้งผู้ประกอบการ และผู้บริโภค

ซึ่งการขยายตัวอย่างรวดเร็วดังกล่าวจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีบุคลากรทางด้านบัญชีที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทางด้านไอที และยังต้องมีความรู้ความเข้าใจระบบการบัญชีออนไลน์ และการภาษีอิเล็กทรอนิกส์อันเป็นพื้นฐานที่สำคัญของธุรกิจ รวมถึงจะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายของกิจการได้เป็นอย่างมากจึงไม่แปลกหากเราจะเห็นนักบัญชีรุ่นใหม่ เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างสูงในอนาคตอันใกล้นี้แต่ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง คงเป็นค่าตอบแทนของนักบัญชียุค 4.0 ที่ไม่เพียงเข้าใจระบบบัญชี แต่พร้อมปรับตัวและนำพาธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้ด้วยต้นทุนที่เหมาะสมเราคงได้เห็นธุรกิจจำนวนมาก และการพัฒนาประเทศในเชิงพาณิชย์อย่างก้าวกระโดดในอีกไม่กี่ปีนี้

 

อาจารย์วัชธนพงศ์ ยอดราช
คณะบัญชี มหาวิทยาลัยศรีปทุม