แนวคิดการจัดการศึกษาแบบบูรณาการสหวิชา โดยใช้โครงงานเป็นฐาน: กรณีศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (ราชบุรี)

บทนำ

ในปัจจุบันสังคมโลกต่างยอมรับว่าผู้ที่มีความฉลาดทางปัญญาอย่างเดียวไม่สามารถประสบความสำเร็จในการทำงานได้ดีนัก หากไม่พัฒนาเรื่องของ Soft skill ซึ่งหมายถึงทั กษะที่เกี่ยวข้องกับคนมีความสัมพันธ์กับความฉลาดทางอารมณ์ เช่น ทักษะการเรียนรู้ได้ตลอดเวลา ทักษะการสื่อสาร รู้จักปรับตัวและแก้ปัญหาเมื่อพบกับอุปสรรคในชีวิตและการทำงาน คนยุคใหม่ต้องมีทั้งสองด้านคือเก่งทั้งงานและคน จึงได้ชื่อว่าเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าขององค์กร

 นอกจากนี้ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศยังเป็นทักษะที่จำเป็นยิ่งขึ้นทุกวัน (วิจารณ์ พานิช, 2555) ในปัจจุบันนี้เป็นโลกยุคดิจิตอลข้อมูลข่าวสาร ความรู้มีอยู่มากมายในโลกออนไลน์ การจะสอนเนื้อหาทั้งหมดในแต่ละวิชานั้น สอนเท่าไหร่ก็ไม่หมด การเรียนแบบใช้โครงงานเป็นรูปแบบหนึ่งได้ถูกนำมาใช้เพื่อให้นักศึกษาใช้โครงงานเป็นตัวนำไปสู่ความรู้ที่สนใจ  และการปฏิบัติลงมือทำงานจริงยังสามารถแก้ปัญหานักศึกษาขาดแรงจูงใจในการเรียนรู้หรือมีความความเข้าใจเพียงแค่บางส่วนและไม่สามารถเชื่อมต่อหรือสังเคราะห์ความรู้ใหม่ๆ จากสิ่งที่กำลังเรียนอยู่หรือสิ่งที่เคยเรียนมาแล้วได้ การเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐานนั้นเป็นการจัดการให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์ชีวิต ได้พัฒนาทักษะต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับหลักพัฒนาการคิดของ Bloom โดยเน้นให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยผู้เรียนลงมือปฏิบัติ ครูทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงหรือโค้ช ช่วยสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ (ทิศนา แขมณี, 2550)

พื้นที่ศึกษา และการจัดรูปแบบการเรียนการสอน

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ตระหนักว่าทรัพยากรบุคคลเป็นสิ่งสำคัญ จึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนานักศึกษาให้ใฝ่เรียนรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิต เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ และเพื่อเป็นไปตามวิสัยทัศน์นี้ มจธ.จึงได้จัดตั้งพื้นที่การศึกษาราชบุรี เป็นพื้นที่ต้นแบบทางการศึกษา โดยมีความร่วมมือจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ (คณะนำร่อง) ซึ่งผู้เรียนจะได้ศึกษาในระบบอาศรม (Residential College;  RC) ดังรูปภาพที่ 1 ในชั้นปีที่ 1 และ ชั้นปีที่ 2 ผู้เรียนจะเข้าศึกษาที่ มจธ. ราชบุรี หลังจากนั้นนักศึกษาจะมาศึกษาต่อที่ มจธ. เขตทุ่งครุ กทม. ในชั้นปี 3 และชั้นปีที่ 4  ตามสาขาวิชาที่ตนเองเลือกไว้ตามความสนใจ ซึ่งการจัดการเรียนการสอนแบบ RC มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดการได้เรียนรู้ที่สามารถพัฒนาสติปัญญา (Intellect) และปลูกฝังคุณลักษณะของการเป็นพลเมืองที่ดี เป็นผู้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงด้านความรู้ (Knowledge) สมรรถนะทางด้านวิชาชีพ (Competencies) ทักษะชีวิตและสังคม (Life Sills and Social Skills) สามารถเชื่อมโยง ประยุกต์ความรู้เข้ากับโจทย์และวิชาการแขนงต่างๆ ได้ ซึ่งในปัจจุบันผู้ประกอบการหลายภาคส่วน มีความต้องการวิศวกรที่มีความรู้ความสามารถในศาสตร์ต่างๆ ที่หลากหลาย (multi-disciplinary) (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, 2555)

Su1

ภาพที่ 1 แผนภาพแสดง Conceptual Model for KMUTT Ratchaburi

ในปัจจุบันรูปแบบการเรียนการสอนที่มจธ.ราชบุรีประกอบด้วย 4 หมวดวิชาหลัก (Module) ที่นักศึกษาต้องเรียนร่วมกัน ได้แก่ 1) Mathematics for Engineering, 2) Electrical and Digital System, 3) Chemistry, Material Science and Structure และ 4) Mechanics and Thermo-fluids ในแต่ละหมวดวิชาหลักจะรวมเนื้อหาของวิชาพื้นฐานต่างๆ ฟิสิกส์ เคมี คณิตศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์พื้นฐาน นอกจากวิชาหมวดวิชาหลักยังมีวิชาภาษาอังกฤษ, การอ่าน-เขียนแบบและออกแบบ, โปรแกรมคอมพิวเตอร์เบื้องต้น และวิชาการศึกษาทั่วไป

ในภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2559 นี้ มจธ. ราชบุรีได้นำโครงงานกังหันลมเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ ซึ่งในการออกแบบกิจกรรมนี้ได้นำความรู้ที่คาดหวังจากวิชาต่างๆ มาเชื่อมกัน เพื่อให้ผู้เรียนเห็นความเชื่อมโยงในเนื้อหาแต่ละกลุ่มรายวิชาได้อย่างชัดเจน ดังภาพที่ 2  อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกิจกรรมนี้เป็นการดำเนินงานในระยะแรกขั้นทดลอง จึงมีการบูรณาการการเรียนการสอนของ 3 กลุ่มวิชา คือ ฟิสิกส์เน้นกลศาสตร์  คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ โดยมีการจัดการเรียนรู้ดังตารางที่ 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อหาแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างรายวิชา และการผลิตชิ้นผลงานทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้เป็นลำดับขั้นตอน สร้างความเข้าใจเนื้อหาความรู้อย่างลึกซึ้ง และสามารถเชื่อมโยงความรู้ที่เกี่ยวข้องไปประยุกต์ใช้แก้โจทย์ปัญหาทางวิศวกรรมที่เป็นจริงในภาคปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล อีกทั้งการปฏิบัติงานในโครงงานยังเป็นการกระตุ้นการเรียนรู้ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนของนักศึกษา ทำให้เข้าใจถึงการวางแผนและลงมือปฏิบัติเชื่อมโยงกับชีวิตจริง

Su2

ภาพที่ 2  โมเดล Expected Integrated curriculum โดยใช้โครงงานกังหันลม

ตารางที่ 1 ลำดับการจัดการเรียนรู้ทั้ง 3 รายวิชา

สัปดาห์ที่

แนวทางจัดการเรียนการสอน

1-2

  1. แนะนำรายวิชาและวิธีการประเมินผล
  2. เตรียมความพร้อมของผู้เรียนให้ตระหนักถึงความสำคัญของการทำโครงงาน
3-10
  1. วางแผน แบ่งกลุ่มผู้เรียนประมาณ 4-5 คน ต่อกลุ่ม เพื่อทำโครงงาน กังหันลมอย่างง่าย
  2. ผู้สอนแต่ละรายวิชาให้เนื้อหาทฤษฏีที่ผู้เรียนจำเป็นต้องทราบก่อนทำโครงงาน ซึ่งอาจารย์ท่านอื่นๆ ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา คอยให้คำแนะนำแต่ละกลุ่ม
  3. ผู้เรียนปฏิบัติตามโครงงาน โดยเน้นให้แต่ละกลุ่มนำทฤษฏีที่ได้เรียนรู้จากในชั้นเรียนไปประยุกต์ใช้
  4. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มนัดพบอาจารย์เป็นระยะเพื่อปรึกษาปัญหา ช่วยแก้ปัญหา และรายงานความก้าวหน้าของงาน
11-13
  1. นำเสนอในชั้นเรียน โดยอาจารย์ผู้สอนในแต่ละรายวิชาช่วยเชื่อมโยงทฤษฏีเข้ากับการปฏิบัติ
  2. แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชั้นเรียน
14-16
  1. ทุกกลุ่มนำเสนอผลงานร่วมกันของทุกรายวิชา
  2. สรุปผลการเรียนรู้ที่ได้รับจากการทำโครงงานและเขียนรายงานของผู้เรียน
  3. ผู้สอนร่วมกันถอดบทเรียน สรุปสิ่งที่ได้รับ และสิ่งที่ควรปรับปรุงแก้ไข เพื่อวางแผนสำหรับภาคการศึกษาต่อไป

ตารางที่ 2 รายละเอียดของรายวิชา

ชื่อรายวิชา

ลักษณะของการบูรณาการ

ทักษะที่ได้รับ

Mathematics for Engineering  การเลือกฟังก์ชันคณิตศาสตร์เพื่อประมาณรูปทรงของใบพัดและการอินทิเกรตเพื่อคำนวณหาปริมาตรของใบพัด
  1. ทักษะการคิดคำนวณ
  2. ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา
  3. ทักษะการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม
  4. การทำงานเป็นทีม
  5. ทักษะการจัดการ
  6. ทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต
  7. ทักษะการอ่าน
  8. ทักษะการเขียนรายงาน
  9. ทักษะการนำเสนอ
Mechanics and Thermo-fluids โมดูลกลศาสตร์  การถ่ายเทโมเมนตัมของลมที่เคลื่อนที่ การเปลี่ยนรูปพลังงาน การคำนวณประสิทธิภาพของเครื่องจักร
English การสืบค้นข้อมูล การสื่อสาร คำศัพท์ การเขียน การนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษ

ทักษะที่ทั้งสามรายวิชามุ่งหวังว่าจะพัฒนาผู้เรียนจากการทำกิจกรรมนี้ มีความสอดคล้องกับความคาดหวังของคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของมจธ.ดังภาพที่ 4 หลังจากผู้เรียนลงมือปฏิบัติทำโครงงานเป็นกลุ่มด้วยการระดมความคิดเห็น ค้นคว้าหาความรู้จากนอกห้องเรียน แหล่งข้อมูลต่างๆ และทฤษฏีที่ได้เรียนในชั้นเรียน เพื่อหาข้อสรุปในกระบวนการสร้างกังหันลม

Su3

ภาพที่ 4  แผนภาพความคาดหวังของคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของมจธ. (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, 2555)
โดยการออกแบบ ผลิต และนำเสนอโครงงานนี้เกี่ยวข้องกับความรู้ในรายวิชากลศาสตร์ คณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ เพื่อให้นักศึกษาได้เห็นส่วนที่เชื่อมโยงองค์ความรู้แต่ละศาสตร์กับการนำไปใช้ในการทำงานจริง

กลุ่มที่ทำการศึกษาเป็นนักศึกษาปริญญาตรีจำนวน 107 คน ลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2559 ในการวิเคราะห์ข้อมูลดำเนินการโดยการวิเคราะห์เนื้อหา การนำหลักฐานเชิงประจักษ์จากการนำเสนอผลงานของนักศึกษาและการสะท้อนผลการเรียนรู้จากผู้เรียน

ผลการศึกษาและอภิปรายผลการศึกษา

แนวทางการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการในบทความนี้เป็นเพียงการนำเสนอแนวคิดเริ่มต้น ผู้วิจัยนำเสนอเพียงทิศทางการสอนร่วมกันของแต่ละรายวิชาโดยใช้โครงงานร่วมกัน  การประเมินผลการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ พบว่าการนำเสนอผลงานด้วยวาจาเป็นภาษาอังกฤษของนักศึกษาทั้งหมดแต่ละกลุ่มพร้อมทั้งแบบกังหันลมที่กลุ่มได้คิดผลิตขึ้น นักศึกษาแต่ละกลุ่มสามารถตอบคำถามจากอาจารย์ในรายวิชากลศาสตร์และภาษาอังกฤษ รวมทั้งคนอื่นๆ ที่เข้าร่วมในวันดังกล่าวได้ในเกณฑ์เป็นที่น่าพอใจ

Su4

ภาพที่ 3 การนำเสนอผลงานโครงงานกังหันลมและบรรยากาศการสะท้อนการเรียนรู้หลังจากวันนำเสนอผลงาน

จากผลการสะท้อนการเรียนรู้ของนักศึกษาหลังจากนำเสนอผลงาน พบว่า การจัดการเรียนการสอนโดยใช้โครงงานกังหันลมเป็นเครื่องมือได้รับความสนใจจากนักศึกษาและสามารถกระตุ้นให้นักศึกษาเกิดการเรียนรู้มีข้อดี และข้อควรปรับปรุง ดังตารางที่ 3

ตารางที่ 3 ผลสะท้อนผลการเรียนรู้ของนักศึกษา

ข้อดีที่ได้รับ

ข้อที่ควรปรับปรุง

  1. นักศึกษาได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีมช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
  2. นักศึกษาได้นำความรู้หลายวิชาที่เรียนมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตจริง เพื่อสร้างผลงานขึ้นมา
  3. นักศึกษาประทับใจกับผลงานของตนเอง เพราะได้สร้างผลงานที่ไม่เคยคิดว่าจะทำได้
  4. นักศึกษาได้ลองใช้เครื่อง 3D printer
  5. นักศึกษาได้รู้เกี่ยวกับ กังหันลม มากขึ้น รวมทั้งได้ฝึกการออกแบบเชิงวิศวกรรม
  6. นักศึกษาได้เปิดโลกใหม่ของการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง
  7. อาจารย์ที่ให้คำปรึกษาให้คำแนะนำในการทำงานอย่างเป็นกันเองและใจดี
  8. นักศึกษาได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีมช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
  9. นักศึกษาได้นำความรู้หลายวิชาที่เรียนมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตจริง เพื่อสร้างผลงานขึ้นมา
  10. นักศึกษาประทับใจกับผลงานของตนเอง เพราะได้สร้างผลงานที่ไม่เคยคิดว่าจะทำได้
  11. นักศึกษาได้ลองใช้เครื่อง 3D printer
  12. นักศึกษาได้รู้เกี่ยวกับ wind turbine มากขึ้น รวมทั้งได้ฝึกการออกแบบเชิงวิศวกรรม
  13. นักศึกษาได้เปิดโลกใหม่ของการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง
  14. อาจารย์ที่คำปรึกษากลุ่มให้คำแนะนำในการทำงานอย่างเป็นกันเองและใจดี
  15. นักศึกษาได้ฝึกการประดิษฐ์ทำให้สิ่งที่อยู่ในความคิดออกมาให้เป็นภาพจับต้องได้
  16. นักศึกษาได้เรียนรู้ชีวิตการทำงานในอนาคต ได้ฝึกการทำงานอย่างบูรณาการ
  17. นักศึกษามีความสนุกเมื่อได้ประดิษฐ์และทดลองประสิทธิภาพของตัวชิ้นผลงาน
  1. นักศึกษาต้องการเพิ่มเนื้อหาวิชาอื่นๆ เข้ามาร่วมด้วย เช่น วิชาการศึกษาทั่วไป และโมดูลไฟฟ้า
  2. เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ 3D printer ขัดข้องบ่อย ควรเพิ่มจำนวน
  3. การกำหนดขอบเขตการทำงานใช้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
  4. นักศึกษาบางส่วนอยากให้อาจารย์จัดกลุ่มให้ บางส่วนต้องการจับกลุ่มกันเอง
  5. นักศึกษาบางส่วนต้องการให้เสริมความรู้มากกว่านี้ แต่บางส่วนคิดว่าความรู้การทำกังหันลมมีความยากเกินระดับของตนเอง
  6. นักศึกษาต้องการการแนะนำเพื่อการออกแบบมากกว่านี้ชัดเจน
  7. การนัดหมายเพื่อเข้าปรึกษาอาจารย์นักศึกษาต้องการระบุให้ชัดเจน
  8. นักศึกษาต้องการให้มีการสำรวจความคิดเห็นในเรื่องการเลือกหัวข้อในการทำโครงงาน
  9. นักศึกษาต้องการนำรายวิชา วัสดุศาสตร์ มาบูรณาการด้วย

ในส่วนของข้อมูลที่ได้รับการสะท้อนจากนักศึกษานี้สามารถใช้เพื่อปรับปรุงรูปแบบการเรียนการสอนให้ดีขึ้น รวมทั้ง มจธ. ราชบุรีมีข้อมูลพื้นฐานเพื่อพัฒนารูปแบบกระบวนการเรียนรู้ต่อไป

บทสรุปและข้อเสนอแนะ

จากการสัมภาษณ์ความคิดเห็นของนักศึกษาต่อกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการนี้ พบว่า นักศึกษามีทัศนคติที่ดีต่อการเรียน โดยกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการนี้ มีแนวโน้มที่จะส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดทักษะตามความคาดหวังของคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของ มจธ. ซึ่งสอดคล้องกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21  หลังจากผู้เรียนลงมือปฏิบัติทำโครงงานเป็นกลุ่มด้วยการระดมความคิดเห็น การรู้ภาษา การสื่อสาร การรู้จักวางแผนทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี เป็นนักแก้ปัญหา บทเรียนที่สำคัญเกี่ยวข้องกับการประสบความสำเร็จของโครงงานยังขึ้นอยู่กับ การมีทีมที่ดี สมาชิกภายในกลุ่มช่วยกันทำงาน ออกแบบและมีใจที่พร้อมจะช่วยกันแก้ปัญหา  รวมทั้งความเอาใจใส่ของผู้สอน และอาจารย์ที่ปรึกษาประจำกลุ่มเป็นแรงจูงใจที่สำคัญให้ภายในกลุ่มมีความร่วมมือทำโครงงานเสร็จตามเวลาที่กำหนด ข้อดีและสิ่งที่ควรปรับปรุงที่ได้จากการเรียนการสอนแบบบูรณาการ 3 รายวิชาด้วยโครงงานกังหันลม สรุปเป็นประเด็นที่สำคัญได้ดังนี้

  1. การทำโครงงานเน้นเรื่องการปฏิบัติจริง ผลิตผลงานออกมาเป็นชิ้นงานมีความจำเป็นต้องใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ ดังนั้นจึงควรเตรียมพร้อมเรื่องดังกล่าวอย่างเหมาะสม เพื่อให้มีการผลัดเวียนกันใช้ได้อย่างทั่วถึง
  2. เนื่องจากรูปแบบการเรียนการสอนเป็นรูปแบบบูรณาการ มีการสอนเป็นทีมและเชิงรุก (Active learning) มีการประชุมเพื่อสอบถามปัญหา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์เป็นระยะอย่างต่อเนี่องเพื่อช่วยกันคิดในคณะทำงาน ทำให้ต้องใช้เวลาเป็นอย่างมากในการจัดการเรียนการสอนแบบนี้ ควรมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศหรือวิธีการอื่นเข้ามาช่วยเข้ามาช่วยเพื่อลดเวลาในการทำงาน
  3. การเรียนรู้เกิดขึ้นสัมพันธ์กับผู้เรียนสามารถนำความรู้ในเชิงทฤษฏีไปประยุกต์ใช้ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เข้าสู่กระบวนการคิด  สามารถนำมาอภิปรายแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น ซึ่งสร้างแรงจูงใจให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้น ความอดทน และสามารถนำความรู้มาพัฒนาตนเองได้อย่างยั่งยืนแท้จริง

การพัฒนาทักษะด้านต่างๆ เช่น การคิดสร้างสรรค์เป็นเรื่องจำเป็นที่ ผู้เรียนควรตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาตนเอง ควรมีรูปแบบกิจกรรมการติดตามผลและประเมินผลอย่างชัดเจน เป็นระบบ โดยอาจจะมีคณะวิจัยอีกกลุ่มเป็นผู้ทำการติดตามผลและประเมินผลเพื่อลดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับฉันทาคติของผลงานวิจัย การจัดการเรียนการสอนนี้เป็นเพียงการนำเสนอรูปแบบหนึ่ง เพื่อเป็นแนวทางการสอนร่วมกันของแต่ละรายวิชาที่มีการเรียนการสอนแบบโครงงาน   เป็นฐาน ควรมีการสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อเป็นกรณีศึกษา และสะท้อนระดับการเรียนรู้ที่แท้จริง


 

รายการอ้างอิง

ทิศนา แขมณี. (2550). ศาสตร์การสอนองค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี.(2551). คุณลักษณะบัณฑิตอันพึงประสงค์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. (ออนไลน์)., เข้าถึงได้จาก : http://qa.sit.kmutt.ac.th/?wpfb_dl=716. (24 ธันวาคม, 2559)

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. (2555). การจัดการเรียนการสอนวิศวกรรมศาสตร์รูปแบบใหม่ ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.ราชบุรี) อาศรมมหาวิทยาลัยแห่งภาคตะวันตก. (ออนไลน์)., เข้าถึงได้จากhttp://www.eng.kmutt.ac.th/home/file_upload/rachaburi/AboutResidentialCollege.pdf ( 25 ธันวาคม 2559)

วิจารณ์ พานิช.  (2555). วิธีการสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ:  มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์.

สุกัลยา ตันติวิศวรุจิ และคณะ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี