การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning เพื่อสร้าง Teaching and Learning Community แห่งการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ

Active Learning เป็นรูปแบบการเรียนการสอนหนึ่ง ที่มุ่งให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและแสวงหาความรู้ และนำความรู้นั้นมาประยุกต์ใช้ในศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นศตวรรษที่ทั่วทั้งโลกตื่นตัวกันมากในเรื่องของ อุตสาหกรรม 4.0 (Industry 4.0) ในประเทศไทยเข้าสู่ยุคแห่งการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ หรือ Thailand 4.0 โดยมีมหาวิทยาลัยเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อน (Key Driver) ของการสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ศันสนีย์ ไชยโรจน์, 2559) ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการ ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และพัฒนา รูปแบบการเรียนการสอน ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยผลักดันการพัฒนาและผลิตแรงงาน บุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถอย่างยั่งยืน และพร้อมที่จะขับเคลื่อน ให้ประเทศได้พัฒนาไปตามเป้าหมาย

วิธีการสอนที่เป็น Active Learning นั้นมีหลายวิธีที่ผู้สอนสามารถนำมาใช้ในห้องเรียน ซึ่งการสอนแบบโครงงาน หรือ Project-based Learning (PBL) ถือว่าเป็นวิธีการเรียนการสอนที่ช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนโดยการ   ลงมือปฏิบัติจริง ทั้งนี้การจัดการเรียนการสอนแบบ PBL เป็นวิธีหนึ่ง ที่ช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนได้มีความรู้ และเพิ่มทักษะการทำงานร่วมกันในบริบทจริงที่ผู้เรียนสามารถจับต้องได้

ด้วยคุณลักษณะและจุดเด่นของการสอนแบบ PBL ข้างต้น รวมทั้งความเชื่อถือ ศรัทธา (Belief) ของผู้สอนในรูปแบบการสอนด้วยวิธีนี้     จึงทำให้ผู้สอนในรายวิชา การนำเสนอทางธุรกิจ EBC332 สาขาวิชาภาษาอังกฤษสื่อสารธุรกิจ คณะศิลปศาสตร์ ตัดสินใจเลือกใช้และออกแบบการสอนดังกล่าวโดยการเรียนการสอนแบบ PBL ที่ผู้สอนได้ออกแบบนั้นมุ่งเน้นการสร้าง Teaching and Learning Community (TLC) แห่งการเรียนรู้  ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญในการนำเสนอทางธุรกิจโดยใช้ภาษาอังกฤษให้มีประสิทธิภาพสูงสุด คือ Teaching communication skills, Language use และ Collaboration (TLC)  ซึ่งผู้สอนขอเรียกการเรียนการสอนข้างต้นว่า ของกระบวนการการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ผู้สอนได้แบ่งการบรรยายประสบการณ์ Project-based Learning แบบ TLC2  (ที-แอล-ซี-กำลังสอง) ซึ่งทำให้การเรียนการสอนมีอรรถรส และมีความหลากหลายการสอนออกเป็น 2 ส่วน คือ (1) รูปแบบการเรียนการสอนแบบ Active Learning โดยใช้ Project-based Learning แบบ TLC2  และ (2) ผลสะท้อนกลับจากผู้เรียนของการเรียนการสอน

  1. รูปแบบการเรียนการสอนแบบ Active Learning โดยใช้ Project-based Learning แบบ TLC2

รูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้ PBL เน้นในการที่มุ่งเน้นให้เกิดชุมชนแห่งการเรียนการสอนซึ่งกันและกัน (Teaching and Learning Community) โดยที่มีผู้สอนแนะนำ ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง อย่างต่อเนื่อง หรือที่เรียกว่า scaffolding ดังนั้นการเรียนการสอนนี้จะมุ่งเน้นกระบวนการ (Process) ของการทำโครงงาน มากกว่าผลงานหรือผลผลิต (Product) ซึ่งทำให้การเรียนมีสีสัน ผู้เรียนและผู้สอนเองก็มีความสุขมากกว่าการเรียนแบบ Lecture จดจำแบบเก่าๆ ที่ได้แต่ทฤษฎี แต่ไม่ได้ปฏิบัติจริง

การเรียนโดยใช้ Project-based Learning แบบ TLC2 นี้ มีองค์ประกอบหลัก 3 ด้าน ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

1. การสอน (Teaching)

ผู้สอนได้ตัดสินใจออกแบบการเรียนการสอนรายวิชาการนำเสนอทางธุรกิจเป็นภาษาอังกฤษ กับนักศึกษาสาขาภาษาอังกฤษสื่อสารธุรกิจ ชั้นปีที่ 3 จำนวน 110 คน จาก 2 กลุ่มเรียน โดยใช้ PBL โดยการเรียนการสอนแบบนี้เป็นการเรียนที่เน้นกระบวนการที่ผู้เรียนร่วมกันสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ (Knowledge Community) (Waring and Evans, 2015) ในการเรียนการสอนแบบนี้ ผู้เรียนจะเป็นศูนย์กลาง ผู้สอนเป็นเพียงผู้ช่วย ให้คำปรึกษา (Facilitator) ก่อนเริ่มเรียน ผู้สอนได้จัดทำเอกสารประกอบการสอนโดยใช้ PBL ในชั้นเรียน ซึ่งในเอกสารประกอบการสอนตั้งใจทำขึ้นเพื่อเน้นกระบวนการในการเรียนรู้เป็นสำคัญ และเชื่อมโยงกับวิธีการสอน และการวัดผลประเมินผล โดยใช้กรอบการออกแบบของ Graves (2000) ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ 8 ขั้นตอน คือ (1) ศึกษาผู้เรียนสภาพแวดล้อม (2) ค้นหารูปแบบวิธีการเรียนการสอนที่เชื่อถือศรัทธา (Belief) (3) ตั้งเป้าหมาย (4) ประเมินความต้องการ (5) ออกแบบอุปกณ์การสอน (6) จัดการออกแบบเนื้อหาที่สอน (7) จัดการการสอน (8) ออกแบบการประเมินผลการเรียน กระบวนการทั้งหมดนี้เป็นกลไก ที่เกิดขึ้นวนไปมาไม่สิ้นสุด ดังภาพที่ 1

Bar1

ภาพที่ 1 รูปแบบการออกแบบการเรียนการสอน ของ Graves (2000)

เอกสารฯ ที่ออกแบบมาใช้นี้ ผู้สอนได้ศึกษาจากวัตถุประสงค์ของรายวิชา พิจารณาจากผู้เรียน และประเมินว่าผู้เรียนควรได้รับความรู้อะไรจากรายวิชานี้บ้าง โดยผู้สอนหวังว่าเมื่อจบไปแล้วผู้เรียนจะได้รับความรู้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้คือการใช้ภาษาอังกฤษในการนำเสนอทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังคาดหวังอีกว่าผู้สอนจะสามารถสร้างผู้เรียนให้เกิดแรงบันดาลใจ (Passion) เล็งเห็นถึงความสำคัญของภาษาอังกฤษและสามารถใช้ภาษาได้เป็นอย่างดี และสุดท้ายที่ผู้สอนได้คาดหวังจากผู้เรียนคือ การมีคุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค์ในศตวรรษที่ 21 ที่เน้นในเรื่อง การคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะด้านคอมพิวเตอร์เทคโนโลยี การทำงานร่วมมือเป็นทีม ความเข้าใจความต่างทางวัฒนธรรม กระบวนการสร้างเอกสารการสอน เนื้อหาการสอน และกิจกรรมการสอน โดยใช้ PBL เป็นเรื่องที่ท้าทาย ที่จะตอบโจทย์และเป้าหมายข้างต้น ซึ่งผู้สอนใช้เวลา 1 เดือนเต็มกับการเตรียมดังกล่าว ดังภาพที่ 2

Bar2

จากภาพที่ 2 Lesson Plan ที่ได้ออกแบบมานั้นแบ่งออกเป็น 9 บทหลักเริ่มต้นด้วย Orientation การแนะนำเข้าสู่การนำเสนองานทางธุรกิจโดยใช้ภาษาอังกฤษ ขั้นแรกการระดมความคิดหัวข้อที่นำเสนอ ขั้นการค้นหาข้อมูล การเขียน script การใช้ภาษา ลีลาการพูดและท่าทาง การจัดทำ Visual aids การฝึกซ้อม การนำเสนอเตรียมคำถาม-ตอบ และการ reflect งานที่ทำ โดยโครงงานที่ผู้เรียนทำนี้ ผู้เรียนได้อิสระในการเลือกสมาชิกกลุ่ม 3-4 คน รวมทั้งหัวข้อและรูปแบบการนำเสนอเองตามความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งผู้สอนเองในฐานะผู้สอนพยายามให้ผู้เรียนใช้ความคิดสร้างสรรค์ คิดผลิตภัณฑ์ ออกแบบกิจกรรม โครงการต่าง ในเชิงธุรกิจเหมือนทำจริงในที่ทำงาน จำลองมาไว้ในห้องเรียนในแต่ละบทได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ซึ่งเป็น Model ที่ออกแบบมาสำหรับรายวิชาการนำเสนอนี้โดยเฉพาะเพื่อตอบโจทย์ทุกอย่างที่ผู้สอนได้ตั้งไว้ตั้งแต่ต้นอย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว โดย Model นี้คือ Teaching communication skills, Language use และ Collaboration (TLC)

  • Teaching Communication Skills เป็นส่วนแรกที่ผู้สอนตั้งใจให้ผู้เรียนได้เตรียมความพร้อมมาก่อนเข้าห้องเรียน โดยใช้วิธีการสอนกลับด้าน (Flipped classroom) เข้ามาใช้เป็นกิจกรรมหนึ่ง โดยเรียกส่วนนี้ว่า Flip for Fun ผู้เรียนต้องเข้าไปดู VDO ทาง YouTube ซึ่งเป็นตัวอย่างการนำเสนอดีๆ เช่น การนำเสนอของ Steve Jobs ในการแนะนำตัวนวัตกรรมใหม่ของ iPhone หรืออ่านบทความที่ผู้สอนได้เตรียมไว้ให้ในเอกสารการสอน
Bar3

ภาพที่ 3 ตัวอย่างเนื้อหาบทเรียนส่วน Teaching Communication Skills

  • Language Use เป็นส่วนการสอนเน้นหลักการใช้ภาษาในการนำเสนอในส่วนต่างๆ ตั้งแต่การแนะนำตัว การใช้ประโยชน์เชื่อม เนื้อหา บทสรุป โดยมีแบบฝึกหัดให้ผู้เรียนได้ทำฝึกฝน
  • Collaboration คือส่วนสุดท้ายที่ผู้เรียน ได้ฝึกการพูดจริง หลังจากได้เรียนรู้หลักการนำเสนอ เทคนิค ต่างๆ แล้ว ผู้เรียนได้ฝึกความคิดสร้างสรรค์ ทำงานร่วมกัน ในการเตรียมนำเสนอผลงาน ตามขั้นตอนในแต่ละสัปดาห์ไปเรื่อยๆ จนได้ออกมาเป็น final product ในบทสุดท้าย feature ท้ายบทที่ผู้สอนได้ออกมาคือ Self-reflection เพื่อให้ผู้เรียนได้จดบันทึก สิ่งที่สำคัญจากการเรียนรู้ในแต่ละครั้ง และในแต่ละบทจะจบท้ายด้วยข้อความ ความคิดแนะนำดีๆ ในการใช้ชีวิต ให้ประสบความสำเร็จจากนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จ โดยผู้สอนได้เรียกส่วนนี้ว่า Food for Thought โดยหวังว่าผู้เรียนจะเกิดแรงบันดาลใจ กำลังใจ และใฝ่รู้ มากยิ่งขึ้น โดยส่วนของ Food for Thought นี้ยังได้แทรกเข้าไปใน PPT slides ของทุกบทที่เตรียมสอน
Bar4

ภาพที่ 4 ตัวอย่างเนื้อหา Self-reflection

ทั้งนี้ตลอดการจัดการเรียนการสอน ผู้สอนได้ให้ feedback คำแนะนำต่างๆ กับผู้เรียนในแต่ละขั้นตอนในการทำโครงงาน การแจ้งคะแนนและคำแนะนำ เป็นสิ่งที่ผู้สอนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพื่อให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้ และพัฒนาได้อย่างแท้จริง

ในส่วนของการให้คะแนนนั้น ผู้สอนได้มีการแบ่งคะแนนอย่างชัดเจนโดยได้แจ้งไว้ในเอกสารประกอบการสอน ในส่วนที่เรียกว่า Keep Track of Your Score เพื่อให้ผู้เรียนได้บันทึกคะแนนเก็บของตัวเอง ในการให้คะแนนในงานแต่ละชิ้น ผู้สอนได้ระบุหลักเกณฑ์การให้คะแนนอย่างชัดเจน และการให้คะแนนก็แบ่งเป็นในส่วนของกลุ่มและส่วนบุคคล ดังนั้นสมาชิกในกลุ่มจึงต้องพยายามทำงานในส่วนของตัวเองที่รับผิดชอบให้ดีที่สุด

Bar5

ภาพที่ 5 ตัวอย่างรายละเอียดการให้คะแนน

2 .การเรียน (Learning)

ในส่วนของการเรียน ผู้เรียนมีช่องทางในการเรียนรู้ 2 ช่องทางหลักคือ (1) ในห้องเรียน และห้อง Lab และ (2) ทาง e-Learning ที่ผู้สอนได้จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เข้าไปทำงานใน e-Learning อย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ เช่น ศึกษาเนื้อหาที่เรียนย้อนหลังจาก Camtesia การศึกษาเนื้อหาล่วงหน้าจาก PPT ซึ่งเป็นส่วนของ Flip for Fun ที่ผู้สอนได้ออกแบบมาเป็นอีกหนึ่ง feature ของการเรียนแบบ Active Learning ที่เป็นการเรียนแบบกลับด้าน โดยส่วนใหญ่เนื้อหาที่อยู่ใน Flip for Fun คือ การให้ผู้เรียนได้ดู VDO ตัวอย่างการนำเสนอ มี worksheet ในหนังสือให้ผู้เรียนได้คิดวิเคราะห์ ก่อนที่จะมา Discuss กัน ต้นคาบเรียนทุกครั้งในทุกบทเรียน แต่จากการสังเกต ผู้เรียนส่วนน้อยที่ทำในส่วนนี้มาก่อนล่วงหน้า อีกกิจกรรมที่ผู้เรียนให้ความสนใจและเข้าทำบ่อยครั้งมาก และมักจะเรียกร้องให้เปิดให้ทำย้อนหลัง คือ Exercise ที่เป็นคลังโจทย์แบบฝึกหัดให้ผู้เรียนได้ทบทวนความรู้ทฤษฎีเนื้อหาการนำเสนองานทางธุรกิจและความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ โดยผู้สอนตั้งใจออกแบบมาเพื่อเป็นแรงจูงใจให้ผู้เรียนเข้ามา เรียนรู้ทาง e-Learning เพื่อเป็นการทบทวนความรู้ก่อนการสอบย่อย การเก็บคะแนน โดยการทำ Exercise นี้ ทำให้อัตราการสอบไม่ผ่านหรือการได้คะแนนต่ำของนักศึกษามีสัดส่วนที่ต่ำมาก หรือแทบไม่มีเลย

Bar6

ภาพที่ 6 กิจกรรมการเรียนทาง e-Learning

การเรียนให้ห้องเรียนและห้อง Lab นั้น ผู้เรียนได้ทำงาน Project เล็กๆ หลายๆ โปรเจค ซึ่ง scaffold ไปสู่โปรเจคใหญ่ คือการนำเสนองานทางธุรกิจ ตามที่ผู้เรียนได้คิดสร้างสรรค์ ดัดแปลงจากสิ่งที่มีอยู่แล้วด้วยตามท้องตลาด  โดยผู้เรียนจะต้องระบบสมองกันในกลุ่มทำ Mind map ส่งเป็นงานแรก  หลังจากนั้นก็หาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท ผลิตภัณฑ์ บริการ ที่สนใจ นำเสนอสั้นๆ โดยเน้นการแนะนำตัว และข้อมูล background เกี่ยวกับโปรเจคกลุ่ม เป็นการนำเสนอชิ้นที่ 1 หลังจากนั้น จัดทำ Script เพื่อเตรียมนำเสนอโครงร่างผลิตภัณฑ์หรือบริการ ของกลุ่มตัวเอง โดยให้สมมุติว่ากำลังนำเสนอให้หัวหน้าหน่วยงาน หรือลูกค้าจริงๆ เป็นการนำเสนอ กลางภาค ซึ่งเป็นการนำเสนอชิ้นที่ 2 ดังภาพที่ 7 และ 8 หลังจากที่ผู้เรียนได้นำเสนอ idea งานตัวเองแล้ว ผู้เรียน ก็ได้แก้ไขปรับปรุง เรียนรู้การทำสื่อ PPT อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อไว้เตรียมนำเสนองานที่สมบูรณ์คืองานนำเสนอครั้งที่ 3 ที่มีครบทุกองค์ประกอบ ในตัวผลิตภัณฑ์ หรือบริการซึ่งเป็นการนำเสนอ เนื้อหาเดิมที่แต่ละกลุ่มได้เลือกทำตั้งแต่การนำเสนอครั้งแรก แต่ครั้งสุดท้ายนี้ ผู้เรียนต้องนำเสนอโดยใช้ PPT เป็นเครื่องมือในการนำเสนอให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Bar7

ภาพที่ 7 ตัวอย่างงาน Mind map ของผู้เรียน

Bar8

ภาพที่ 8 ตัวอย่างงาน Script และการนำเสนอกลุ่มครั้งที่ 1

3. ชุมชน (Community) ซึ่งเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ Learning Community ระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียน และอาจารย์กับผู้เรียน โดยความรู้ที่ได้ระหว่างผู้เรียนคือการได้แลกเปลี่ยนความคิด งานของกลุ่มตัวเองกับเพื่อนในชั้น และเพื่อนจากอีกห้องที่เรียนในรายวิชาเดียวกัน เพราะผู้สอนได้จัดให้ผู้เรียนมีการเผยแพร่การนำเสนอพร้อมกันในส่วนของการนำเสนอครั้งที่ 2

นอกจากที่ผู้เรียนได้แลกเปลี่ยนความรู้ในส่วนของการนำเสนอนี้แล้ว อาจารย์ผู้สอนก็ยังได้เชิญอาจารย์ผู้สอนในสาขาวิชา มาให้คะแนนและคำแนะนำกับผู้เรียน อีกส่วนที่ทำให้เกิดชุมชนแห่งการเรียนรู้คือ ทางผู้สอนได้เชิญวิทยากรพิเศษจาก สำนักการจัดการศึกษาออนไลน์ มหาวิทยาลัยศรีปทุมมาให้ความรู้การสร้าง PPT ประกอบการนำเสนออย่างมืออาชีพ จึงทำให้ทั้งผู้สอน ซึ่งเป็นอาจารย์ผู้สอนและผู้เรียนได้รับความรู้ใหม่ๆ ไปพร้อมๆ กัน

Bar9

ภาพที่ 9 การฝึกอบรมผลิตสื่อนำเสนอ PPT จากสำนักการจัดการศึกษาออนไลน์

ผลสะท้อนกลับจากการจัดการเรียนการสอนจากผู้เรียน

ในส่วนท้ายของการเรียนการสอน ผู้สอนได้ให้ผู้เรียนทำการเขียนสะท้อนการเรียนรู้ในรายวิชานี้จากทั้งเทอมที่ได้เรียนกันมา โดยผู้สอนได้ให้ผู้เรียนตอบคำถามสั้น ทั้งสิ้น 8 คำถาม เพื่อต้องการทราบความคิดเห็นจากผู้เรียนถึงการเรียนการสอนแบบโครงงาน สื่อการสอน กิจกรรมการสอน ความพึงพอใจในการเรียนการสอน การประเมินผลวัดผล และสุดท้ายให้ผู้เรียนประเมินตัวเองว่าเป็นผู้เรียนแบบใดระหว่างเรียนในห้องเรียน ซึ่งผลจากการสะท้อนความคิดเห็นของผู้เรียน โดยภาพรวมทำให้เห็นจุดเด่นและสิ่งที่รายวิชานี้ยังต้องปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้น ดังนี้

  1. จุดเด่นของการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ PBL แบบ TLC2 คือ

1.1 การเรียนการสอนโดยใช้ PBL

ผู้เรียนส่วนมากคิดเห็นว่าการเรียนการสอนแบบ PBL ทำให้ได้ทำงานเป็นทีม ได้แสดงความคิดเห็นร่วมกัน ได้เรียนรู้การทำงานร่วมกัน สามารถนำความรู้ ทักษะภาษาอังกฤษ และการนำเสนอไปใช้ได้จริง ในอนาคต ทำให้ผู้เรียนไม่กดดัน ดังที่ผู้เรียนคนหนึ่งได้เขียนแสดงความคิดเห็น

เป็นวิชาที่เรียนแล้วนำไปใช้ได้จริง เรียนสนุก สบายไม่กดดัน” ผู้เรียนคนที่ 1

ภาพรวมวิชานี้ส่วนมากจะปฎิบัติมากกว่าทฤษฎี ซึ่งทำให้เราได้เรียนรู้จริงๆ ได้รู้ข้อบกพร่องของงานและแก้ไขได้” ผู้เรียนคนที่ 2

Bar10

1.2 เอกสารประกอบการสอน

ผู้เรียนส่วนมากคิดเห็นว่าหนังสือเขียน ออกแบบ เนื้อหา จำนวนหน้า เหมาะสม ได้เรียนความรู้ครบถ้วน เพราะมีคำอธิบายรายวิชา วัตถุประสงค์ ข้อมูลที่สำคัญมีครบถ้วน  ดังภาพที่ 10

Bar11

ภาพที่ 10 ผู้เรียนแสดงความคิดเห็นการเรียนการสอน

  • การวัดผลประเมินผล

ผู้เรียนมีความพึงพอใจกับการวัดผลประเมินผลในรายวิชา เพราะทุกอย่างอธิบายอย่างชัดเจน เน้นกระบวนการ สมเหตุสมผล และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แก้ไขงานเพื่อส่งใหม่ ตามเงื่อนไขที่กำหนดร่วมกัน ดังภาพที่ 11

Bar12.PNG

ภาพที่ 11 ผู้เรียนแสดงความคิดเห็นเรื่องการวัดผลประเมินผลการเรียน

     เป็นการให้คะแนนที่ดี สมเหตุสมผลตามที่ผู้เรียนทำได้ผู้เรียนคนที่ 3

สิ่งที่ควรพัฒนา ปรับปรุง

ผู้เรียนไม่ได้รับความรู้ตามที่ตั้งไว้

ผู้เรียนมักจะไม่ถามคำถาม เวลาที่ไม่เข้าใจ ทำให้ผู้สอนไม่ทราบถึงปัญหา ความเข้าใจเนื้อหาที่สอน โดยมีผู้เรียน 1 ท่าน ที่แสดงความคิดเห็นว่าความรู้ที่เรียนไม่เป็นไปตามที่ได้หวังไว้ ตามภาพที่ 12

Bar13

ภาพที่ 12 ผู้เรียนแสดงความคิดเห็นเรื่องการเรียน

ทั้งนี้แนวทางในการแก้ไขปัญหาตรงนี้ในการเรียนการสอนครั้งต่อไป คือ จัดให้มี ช่วงเวลาท้ายคาบ ให้ผู้เรียนที่ไม่เข้าใจเนื้อหาเรียน หรืองานที่สั่งทำ ได้มีโอกาสถามให้อธิบายเพิ่มเติมกับผู้สอนแบบตัวต่อตัว และจัดให้มี Teacher-student conference โดยให้มีการนัดหมายคุยกับผู้เรียนกลุ่มย่อย ในหรือนอกชั่วโมงเรียน เพื่อเป็นการ follow up โครงการ และปัญหาการทำงานเป็นกลุ่ม

ผู้เรียนไม่ค่อยทำกิจกรรม Flip for Fun

ในกิจกรรมการเรียนกลับด้าน (Flipped Classroom) นั้น ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรตามที่ผู้สอนได้คาดหวังไว้ เพราะผู้เรียนส่วนมากไม่เข้าไปอ่าน หรือดู VDO clip ต่างๆ ล่วงหน้า ก่อนเรียน โดยจากที่ผู้เรียนได้สะท้อนกลับมาคือ ไม่มีเวลา ไม่ค่อยสนใจ หรือฟังภาษาอังกฤษใน YouTube ไม่ทัน  ดังนั้นผู้สอนได้วางแผนว่าใช้ Social media ในการแจ้งเตือนผู้เรียนให้เรียน ค้นคว้า ล่วงหน้า ก่อนเข้าห้องเรียน

บทสรุปของการจัดการเรียนและการสอนแบบ Active Learning โดยใช้ PBL แบบ TLC2 นั้น ไม่เพียงแค่ผู้เรียนได้คิด วิเคราะห์ สร้างสรรค์งาน ทำงานร่วมกันเป็นทีม ผู้สอนเองก็ยังได้ความรู้ในสิ่งที่ผู้เรียนนำเสนอ ได้แลกเปลี่ยนความรู้ ให้คำแนะนำ และให้แรงบันดาลใจแก่ผู้เรียน ทำให้การมามหาวิทยาลัยไม่เป็นเพียงแค่การเรียน และการสอน แต่เป็นการสร้าง Teaching and Learning Community แห่งการเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้จริง


 

รายการอ้างอิง

ศันสนีย์ ไชยโรจน์ (2559). “On the Road to Thailand 4.0: Education revisited”. การสัมมนาเชิงวิชาการเรื่อง Innovation in Teaching and Learning. วันที่ 5-6 ก.ย.2556

Graves, K. (2000). Designing Language Courses. Canada: Heinle and Heinle.

Waring, M., & Evans, C. (2015). Understanding Pedagogy: Developing a critical approach to teaching and learning. New York: Routledge.

piboonSU