การใช้เครือข่ายสังคมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยโครงงาน

“คน” เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของการพัฒนาประเทศเพื่อมุ่งสู่ Thailand 4.0 “การปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้ มุ่งพัฒนาทักษะการคิดเชิงสร้างสรรค์  จึงจำเป็นสำหรับการสร้าง “คนไทยยุค 4.0” ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีทักษะเพื่อสร้างนวัตกรรม” (กองบริหารงานวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา, 2560) สถาบันการศึกษาจึงมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างคนไทยยุค 4.0 ด้วยการจัดการเรียนการสอนภายใต้กรอบการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง สร้างการมีส่วนร่วมของผู้เรียน ผ่านกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่ทำให้ผู้เรียนสามารถบูรณาการความคิดสร้างสรรค์เป็นองค์ความรู้ใหม่ได้

“การเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) คือรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Student-centered)  มีกิจกรรมการเรียนการสอนที่หลากหลาย เพื่อกระตุ้นและจูงใจให้ผู้เรียนเกิดความสนใจใฝ่เรียนรู้ ด้วยการลงมือปฏิบัติ ทำให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะทางการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์และบูรณาการเพื่อหาข้อสรุป” (ณัฐธยาน์ ตรีผลา, 2558 , น.33) ผู้เรียนจึงได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันผู้เรียนจะได้รับการบ่มเพาะนิสัยการเรียนรู้เพื่อเติมเต็มและแบ่งปันซึ่งกันและกัน หนึ่งในรูปแบบของการเรียนรู้เชิงรุกที่นิยมคือ การเรียนรู้ด้วยโครงงาน (Project-Based Learning)

การเรียนรู้ด้วยโครงงาน (Project-based Learning) เป็นการเรียนรู้เชิงรุกรูปแบบหนึ่ง ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Student-centered) โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากบริบทจริงผ่านโครงงาน ทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองสนใจและสอดคล้องกับความสามารถ ได้ฝึกทักษะการค้นคว้าหาความรู้ ได้ลงมือปฏิบัติผ่านกระบวนการกลุ่ม เพื่อนำมาสรุปเป็นความรู้ใหม่และมีผลที่เป็นรูปธรรม ผู้สอนจึงทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำ และสร้างแรงกระตุ้นเพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ กล่าวได้ว่าการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นหนึ่งในรูปแบบของการจัดการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 ที่สนับสนุนให้มีกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นการเรียนบนข้อเท็จจริง โดยช่วยพัฒนาทักษะของผู้เรียนด้านการเรียนรู้และนวัตกรรม ทักษะด้านสารสนเทศและสื่อเทคโนโลยี และทักษะด้านชีวิตและอาชีพ ซึ่งสามารถแสดงกลยุทธ์ของการเรียนรู้แบบโครงงานได้ดังรูปที่ 1

Na1

รูปที่ 1 กลยุทธ์การเรียนรู้ผ่านโครงงาน
ที่มา : วัชรินทร์ โพธิ์เงิน , พรจิต ประทุมสุวรรณ และ สันติ หุตะมาน, 2559.
          (ออนไลน์) http://www.fte.kmutnb.ac.th/km/project-based%20learning.pdf

อย่างไรก็ตามโลกแห่งการเรียนรู้ในยุค IoT (Internet  of Things) ไม่ได้จำกัดขอบเขตอยู่ภายในห้องเรียน เนื่องจากผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงข้อมูลที่กระจายตามที่ต่าง ๆ ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มีผลให้เกิดการเรียนรู้อย่างไร้พรมแดน นอกจากนี้  “IoT ยังช่วยสร้างห้องเรียนอัจฉริยะ ที่ทำให้ผู้สอนและผู้เรียนสามารถตรวจสอบติดตามผลการเรียนรู้ได้” (พฤทธิ์ พุฒจร. 2559) ดังนั้นผู้สอนจึงใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือเพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอน อาทิ การจัดการเรียนการสอนผ่าน e-Learning และการใช้ Social Network เพื่อการจัดการเรียนการสอน

e-Learning เป็นรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการถ่ายทอดเนื้อหาบทเรียน ทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง โดยลดข้อจำกัดในเรื่องของเวลาและสถานที่เรียน ซึ่ง e-Learning สามารถเรียกในชื่ออื่นได้ เช่น การเรียนทางไกล (Distance Learning) การฝึกอบรมโดยอาศัยคอมพิวเตอร์ (Computer based training) และการเรียนทางอินเทอร์เน็ต (online Learning)    เป็นต้น      การถ่ายทอดเนื้อหาบทเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพของ e-Learning ขึ้นกับประสิทธิภาพของระบบการจัดการเรียนรู้ (Learning Management System : LMS) ที่ทำให้เนื้อหาการเรียนรู้และการจัดการความรู้มีความน่าสนใจและตอบสนองความต้องการของผู้เรียนได้ ซึ่งสามารถแสดงความสัมพันธ์ของการเรียนรู้และการจัดการความรู้กับ e-Learning ได้ดังรูปที่ 2

Na2

รูปที่ 2 ความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้และการจัดการความรู้กับ e-Learning
ที่มา : Netthailand. 2560. (ออนไลน์) http://www.netthailand.com/home/articles.php?art_id=12

แม้ e-Learning จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอน       แต่ผู้สอนยังคงเผชิญกับความท้าทายที่สืบเนื่องจากพฤติกรรมของผู้เรียนที่เป็นคน  Gen Y และ Gen Z เพราะผู้เรียนในสองรุ่นนี้ได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันอยู่บนเครือข่ายทางสังคม (Social Network) ไม่ว่าจะเป็น Facebook , WordPress , Blog , Youtube หรือ Twitter เครือข่ายทางสังคมจะเป็นสื่อกลางในการแสดงความคิดเห็น ดังนั้นหากผู้สอนนำเครือข่ายทางสังคมมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม ย่อมทำให้ผู้สอนมีเครื่องมือในแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างการมีส่วนร่วม ช่วยลดข้อจำกัดด้านสถานที่และเวลา ช่วยลดช่องว่างระหว่างผู้สอนและผู้เรียน สามารถตรวจสอบและติดตามผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น นอกจากนี้เครือข่ายทางสังคมจะช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์นอกห้องเรียนระหว่างผู้สอนและผู้เรียนได้แบบ Real Time ซึ่งมีผลต่อการส่งเสริมสัมพันธภาพระหว่างผู้สอนและผู้เรียนได้อีกด้วย กล่าวได้ว่า ”เครือข่ายทางสังคมเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ต่อการจัดการเรียนการสอน เสริมสร้างความรู้ และช่วยพัฒนาทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี” (ภาสกร เรืองรองและคณะ. 2556)

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้ผลักดันและส่งเสริมให้คณาจารย์ปรับปรุงและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนตามแนวทางการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ด้วยการสนับสนุนทั้งในด้านการอบรมเพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้และด้านเครื่องมือ อุปกรณ์และสื่อเพื่อการจัดการเรียนการสอน อาทิ e-learning และ e-book รวมทั้งการสนับสนุนให้มีการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนภายใต้โครงการ The Teacher Project 2 ในรายวิชา โดยผู้สอนได้เลือกปรับปรุงรูปแบบการจัดการเรียนการสอนวิชา MGT345 การเป็นผู้ประกอบการและการสร้างธุรกิจใหม่ บนพื้นฐานแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ผ่านการเรียนรู้ด้วยโครงงาน (Project-based Learning) โดยอาศัยเครือข่ายทางสังคม (Social Network) ซึ่งสามารถสรุปสาระสำคัญในการของการจัดการเรียนการสอนได้ดังนี้

  1. การจัดทำ มคอ.03

เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนในรายวิชา MGT345 การเป็นผู้ประกอบการและการสร้างธุรกิจใหม่ ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ที่มีผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Student-centered) ผู้สอนได้ให้ความสำคัญกับการสร้างเนื้อหารายวิชา (Content) ที่สอดคล้องกับ มคอ.02 ดังนั้นผู้สอนจึงได้มีการปรับ มคอ.03 ให้มีความละเอียด ครบถ้วนและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งหมวดที่มีการปรับปรุงอย่างเห็นได้ชัดเจนได้แก่ หมวดที่ 4 หมวดที่ 5 และหมวดที่ 7 โดยในหมวดที่ 4 การพัฒนาการเรียนรู้ของนักศึกษา ผู้สอนได้อธิบายอย่างชัดเจนถึงจุดมุ่งหมายในการพัฒนา วิธีการจัดการเรียนการสอนและวิธีการประเมินผล ซึ่งสามารถแสดงได้ดังรูปที่ 3

Na3

รูปที่ 3 มคอ.03 วิชา MGT345 หมวดการพัฒนาการเรียนรู้ของนักศึกษา

ในมคอ.03 หมวดแผนการสอนและการประเมินผล ผู้สอนได้ปรับปรุงหัวข้อการสอนให้สอดคล้องและครอบคลุมกับคำอธิบายรายวิชาที่ระบุไว้ใน มคอ.02 มีการค้นคว้าข้อมูลในปัจจุบันเพิ่มเติมเพื่อนำมาปรับหัวข้อการสอนให้มีความทันสมัย โดยผู้สอนได้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวข้อที่สอน กิจกรรมการเรียนการสอนและสื่อที่ใช้ อันจะทำให้ผู้สอนสามารถทบทวนได้ว่าการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและสื่อที่ใช้ของการเรียนในแต่ละหัวข้อ มีความเหมาะสม สอดคล้องกันหรือไม่ และได้นำรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่หลากหลายตามแนวทางการเรียนรู้เชิงรุกมาใช้หรือไม่ สามารถแสดงได้ดังรูปที่ 4

Na4

รูปที่ 4 มคอ.03 หมวดหัวข้อการสอน กิจกรรมการเรียนการสอนและสื่อที่ใช้

นอกจากนี้ผู้สอนยังได้ปรับปรุงมคอ.03 ในหมวดที่ 7 การประเมินการปรับปรุงและการดำเนินการของรายวิชา ที่ผู้สอนได้มีการอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษา ที่ผู้สอนได้ใช้วิธีการที่หลากหลายเพื่อทวนผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษา เช่น การทดสอบย่อยในระบบ e-Learning การนำเสนอผลงานของนักศึกษาผ่านกิจกรรมกลุ่ม ผลสัมฤทธิ์ของการจัดทำโครงงานธุรกิจ และ ต้นแบบผลิตภัณฑ์ (Product Prototype) ซึ่งสามารถแสดงได้ดังรูปที่ 5

Na5

รูปที่ 5 มคอ.03 หมวดที่ 7 การประเมินการปรับปรุงและการดำเนินการของรายวิชา

การที่ผู้สอนจัดทำ มคอ.03 ไว้โดยละเอียด จะเป็นผลดีต่อการจัดการเรียนการสอน เพราะ มคอ.03 นอกจากจะบอกถึงวัตถุประสงค์ของรายวิชา ยังเป็นพื้นฐานในการกำหนดเนื้อหา กิจกรรมการเรียนการสอน เอกสารที่ใช้ การวัดและประเมินผล รวมทั้งการประเมินการปรับปรุงการดำเนินงานของรายวิชา โดยผู้สอนจะมีการนำรายละเอียดที่ปรากฏใน มคอ.03 ไปไว้ใน e-Learning ของรายวิชาต่อไป อย่างไรก็ตามก่อนที่ผู้สอนจะเขียนมคอ.03 ผู้สอนควรพิจารณาข้อมูลใน มคอ.02 ประกอบกับข้อมูลของผู้เรียน อาทิ รหัส ชั้นปี เพื่อสร้างเนื้อหาการสอนได้ครอบคลุมตามหลักสูตรของผู้เรียนอย่างแท้จริง

  1. การพัฒนา e-Learning

e-Learning เป็น เป็นเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้และการจัดการความรู้ ที่สอดคล้องกับยุค IoT  โดยอาศัยระบบอินเทอร์เน็ตในการถ่ายทอดเนื้อหาบทเรียน ทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ลดข้อจำกัดในเรื่องของเวลาและสถานที่เรียน ความท้าทายอย่างหนึ่งของ e-Learning คือการสร้างบทเรียนให้มีความน่าสนใจ และง่ายต่อการเข้ามาใช้งานในระบบของผู้เรียน ดังนั้นผู้สอนควรทำหน้าปก e-Learning ให้สะท้อนถึงภาพรวมของรายวิชา บอกรายละเอียดที่จำเป็น เช่น รหัสวิชา ชื่อผู้สอน และภาคเรียน ซึ่งแสดงได้ดังรูปที่ 6

Na6

รูปที่ 6 หน้าปกรายวิชา MGT345 ใน e-learning
ที่มา : SPU e-Learning วิชา MGT345. ออนไลน์ http://elearning.spu.ac.th/course/view.php?id=34782

ผู้สอนควรสร้าง e-Learning ให้ผู้เรียนได้รับรายละเอียดของวิชา ความรู้และการทดสอบผลการเรียนรู้ที่เทียบเท่าหรือใกล้เคียงกับการเรียนในห้องเรียน ดังนั้นผู้สอนควรมีการแนะนำรายวิชา เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจที่ตรงกันกับผู้เรียน เกี่ยวกับขอบเขตเนื้อหาของรายวิชา เอกสาประกอบการสอนที่ใช้ วิธีการวัดและประเมินผล ซึ่งสามารถแสดงได้ดังรูปที่ 7

Na7

รูปที่ 7 การแนะนำรายวิชา
ที่มา : SPU e-Learning วิชา MGT345. ออนไลน์ http://elearning.spu.ac.th/course/view.php?id=34782

เพื่อให้ผู้เรียนทราบเป็นเบื้องต้นว่าหัวข้อการเรียนแต่ละครั้งมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร นอกจากผู้สอนจะบอกถึงหัวข้อการสอนในครั้งนั้น ผู้สอนอาจใช้ข้อความหรือรูปภาพก็ได้ เพื่อสื่อถึงภาพรวมของการเรียนรู้ในหัวข้อนั้นกับผู้เรียนซึ่งสามารถแสดงได้ดังรูปที่ 8

Na8

รูปที่ 8 หัวข้อการเรียน
ที่มา : SPU e-Learning วิชา MGT345. (ออนไลน์) http://elearning.spu.ac.th/course/view.php?id=34782

นอกจากนี้ในแต่ละหัวข้อการเรียน ผู้สอนสามารถสร้างปุ่มลัด เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงเอกสารประกอบการสอน การสร้างลิงค์ไปยังเว็บไซด์ต่าง ๆ หรือ วิดีโอบันทึกการเรียนการสอน (Camtasia) ปุ่มช่วยเตือนความจำเรื่องการทำแบบทดสอบย่อย รวมไปถึงการทำอินโฟกราฟฟิก (Infographic) เพื่อสรุปสาระสำคัญของการเรียนรู้แต่ละครั้ง จะช่วยทำให้ผู้เรียน ที่จะใช้ e-Learning เพื่อทบทวนเนื้อหาบทเรียนมากขึ้น ซึ่งสามารถแสดงได้ในรูปที่ 9

Na9

รูปที่ 9 ปุ่มลัดต่าง ๆ และ อินโฟกราฟฟิก (Infographic) สรุปเนื้อหา
ที่มา : SPU e-Learning วิชา MGT345. (ออนไลน์) http://elearning.spu.ac.th/course/view.php?id=34782

  1. Project-based Learning

การเรียนรู้ด้วยโครงงาน (Project-based Learning) เป็นรูปแบบหนึ่งของการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ซึ่งผู้สอนได้นำมาใช้เพื่อจัดการเรียนการสอนในรายวิชา MGT345 การเป็นผู้ประกอบการและการสร้างธุรกิจใหม่ เนื่องจากผู้สอนต้องการส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ที่มีผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Student-centered) เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากบริบททางธุรกิจจริง ที่เป็นการพัฒนาทักษะทางการคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์และการบูรณาการความรู้ทั้งจากการเรียนในห้องเรียนและความรู้บนโลกออนไลน์ เพื่อมานำเสนอ แนวคิดธุรกิจ (Business Idea) ที่สามารถผลิตมาเป็นสินค้าได้จริง ดังนั้นในช่วงสุดท้ายของการเรียน ผู้เรียนจะต้องนำต้นแบบผลิตภัณฑ์ (Product Prototype) มานำเสนอต่อผู้เรียนคนอื่นและผู้สอน

ในภาคการศึกษานี้ผู้สอนได้กำหนดโจทย์เพื่อการนำเสนอโครงงานธุรกิจของผู้เรียน คือ ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงวัย โดยอิงจากบริบทที่ประเทศไทยกำลังจะก้าวสู่สังคมผู้สูงวัยเต็มรูปแบบ ซึ่งผู้เรียนจะต้องสืบค้นข้อมูลใช้อ้างอิงสำหรับการนำเสนอแนวคิดธุรกิจ (Business Idea) การเขียนโครงงานธุรกิจ (Business Project) และการผลิตต้นแบบผลิตภัณฑ์ (Product Prototype) ซึ่งผู้สอนจะทำหน้าที่ในการให้คำแนะนำ ชี้แนะเพื่อให้ผู้เรียนได้นำข้อมูลเหล่านี้กลับไปปรับปรุงโครงงานและผลิตภัณฑ์ให้มีความสมบูรณ์มากที่สุด ซึ่งผู้เรียนจะต้องมานำเสนอความก้าวหน้าในการจัดทำโครงงานต่อผู้สอนและเพื่อนร่วมชั้นเรียนเป็นระยะ อันจะนำไปสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน และระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียน ซึ่งมีผลต่อการสร้างบรรยากาศในการเรียน ซึ่งสามารถแสดง ตัวอย่างต้นแบบผลิตภัณฑ์ (Product Prototype) ของผู้เรียน ได้ดังรูปที่ 10

Na10

รูปที่ 10 ตัวอย่าง Product Prototype
ที่มา : Facebook Group วิชา MGT345. (ออนไลน์) https://www.facebook.com/#!/groups/528307300691182/?fref=ts

  1. การใช้ Social Network เพื่อการจัดการเรียนการสอน

เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้เรียนและความก้าวหน้าในยุค IoT ผู้สอนจึงได้ใช้เครือข่ายสังคม (Social Network) มาเป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนการสอน เพราะนอกจากจะทำให้การสื่อสารระหว่างผู้สอนกับผู้เรียนเป็นแบบ Real Time แล้ว ยังช่วยเพิ่มความน่าสนใจของการเรียนรู้ในรายวิชาได้เป็นอย่างดี โดยผู้สอนเลือกใช้ Facebook  โดยมีการสร้าง Facebook Group ขึ้นมา

Facebook Group ทำให้ผู้สอนตรวจติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินโครงงานของผู้เรียนสะดวกขึ้น ขณะเดียวกันผู้เรียนก็สามารถรายงานผลการดำเนินโครงงานให้ผู้สอนทราบเป็นระยะ นอกเหนือจากการมานำเสนอความก้าวหน้าของโครงงานต่อหน้าผู้สอน ซึ่งการรายงานความก้าวหน้าในการดำเนินโครงงานของผู้เรียน จะส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยน เรียนรู้กันผ่านเทคโนโลยี  โดยผู้สอนได้ใช้ Facebook Group เพื่อการจัดการเรียนการสอนในกิจกรรมต่าง ๆ ต่อไปนี้

ใช้ Facebook Group สำหรับติดต่อสื่อสารกับผู้เรียน เนื่องจาก การสื่อสารผ่าน Facebook จะช่วยเพิ่มสัมพันธภาพ และช่วยลดข้อจำกัดของการสื่อสารระหว่างผู้สอนและผู้เรียนในระบบ e-Learning  เพราะ Facebook ทำให้เกิดการสื่อสารแบบสองทางที่ Real Time เนื่องจากมีระบบการแจ้งเตือนเมื่อมีข้อความใหม่  ผู้เรียนสามารถเข้าระบบเพื่อการสื่อสารไปยังผู้สอนได้ง่ายกว่า e-Learning นอกจากนี้ Facebook ยังเป็นช่องทางการสื่อสารผ่านเครือข่ายสังคมที่เป็นที่นิยมที่สุด ทำให้การจัดการเรียนการสอนมีความสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้เรียนและทันสมัย ดังรูปที่ 11

Na11

รูปที่ 11 Facebook Group MGT345
ที่มา : Facebook Group วิชา MGT345. (ออนไลน์) https://www.facebook.com/#!/groups/528307300691182/?fref=ts

ให้นักศึกษา Live สด ผ่าน Facebook Group ทั้งในส่วนของการนำเสนอแนวคิดธุรกิจ (Business Idea) การนำเสนอโครงงานธุรกิจ (Business Project) และต้นแบบผลิตภัณฑ์ (Product Prototype) ของกลุ่ม ทำให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียน ผู้เรียนได้มีช่องทางในการแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ และผู้เรียนได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน แสดงได้ดังรูปที่ 12

Na12

รูปที่ 12 Live สด การนำเสนอต้นแบบผลิตภัณฑ์ (Product Prototype) ผ่าน Facebook Group
ที่มา : Facebook Group วิชา MGT345. (ออนไลน์) https://www.facebook.com/#!/groups/528307300691182/?fref=ts

ให้นักศึกษาใช้ Facebook Group สำหรับการส่งงานและรายงานความก้าวหน้าในการทำงานกลุ่ม เพื่อลดข้อจำกัดด้านเวลา และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน และผู้เรียนกับผู้เรียน  นอกจากผู้สอนจะสามารถติดตามและเก็บหลักฐานความก้าวหน้าในการทำงานของผู้เรียนได้แล้ว ผู้เรียนคนอื่น ๆ จะเห็นความความก้าวหน้าในการทำงานของผู้เรียนกลุ่มอื่น รวมทั้งสามารถแสดงความคิดเห็นหรือให้กำลังใจกับเพื่อนร่วมชั้นเรียนได้ แสดงได้ดังรูปที่ 13

Na13

รูปที่ 13 การส่งงานและรายงานความก้าวหน้าโครงงานธุรกิจ (Business Project) ผ่าน Facebook Group
ที่มา : Facebook Group วิชา MGT345. (ออนไลน์)
         https://www.facebook.com/#!/groups/528307300691182/?fref=ts

ใช้ Facebook เพื่อการถ่ายทอดสดการสอน ไปยังมหาวิทยาลัยศรีปทุม นอกที่ตั้งขอนแก่น โดยได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยและสำนักการจัดการศึกษาออนไลน์ (Office of Online Education :OOE) ซึ่งช่วยทำให้การจัดการเรียนการสอนมีความทันสมัย น่าสนใจ สนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้สอนกับผู้สอน ผู้เรียนกับผู้เรียน และผู้สอนกับผู้เรียนของผู้สอนและผู้เรียนที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตบางเขน และ มหาวิทยาลัยศรีปทุม นอกที่ตั้งขอนแก่น สามารถแสดงได้ดังรูปที่ 14

Na14

รูปที่ 14 การใช้ Facebook เพื่อถ่ายทอดสดการสอนไปยัง มหาวิทยาลัยศรีปทุม นอกที่ตั้งขอนแก่น

จะเห็นได้ว่า Facebook Group สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้หลากหลาย   ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเรียนรู้เชิงรุกให้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถ่ายทอดสดการสอนจากมหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตบางเขน ไปยังมหาวิทยาลัยศรีปทุม นอกที่ตั้งขอนแก่น เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นภาพอย่างชัดเจนว่าการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ภายใต้ยุค IoT นั้น เป็นการเรียนรู้ที่ไม่จำกัดขอบเขตและกลุ่มผู้เรียน

ผลจากการใช้ Facebook Group เพื่อจัดการเรียนการสอน พบว่า ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการใช้ Facebook Group เป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนการสอน เพราะทำให้เข้าถึงข้อมูลและผู้สอนได้สะดวก รวมทั้งทำให้ผู้เรียนสามารถรายงานความก้าวหน้าของการดำเนินโครงงานได้สะดวกขึ้น ซึ่งแสดงผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้เรียนต่อการใช้ Facebook Group ได้ดังรูปที่ 15

Na15

รูปที่ 15 การสำรวจความคิดเห็นการใช้ Facebook Group
เป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนการสอน

ผลจากการเข้าร่วมโครงการ The Teacher Project 2 ทำให้ผู้สอนได้เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับศาสตร์การสอน การพัฒนาการเขียน มคอ.03 ทักษะในการจัดการเรียนการสอนภายใต้แนวคิดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้การเรียนรู้ด้วยโครงงาน และการใช้เครือข่ายสังคมเพื่อเป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนการสอน ขณะที่ผู้เรียนได้ฝึกการสืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ ประมวลผลและบูรณาการความรู้เพื่อนำเสนอแนวคิดธุรกิจ (Business Idea) ทำให้มีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการเริ่มต้นธุรกิจ (Startup) ที่มีผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมคือต้นแบบผลิตภัณฑ์ (Product Prototype) ของผู้เรียนแต่ละกลุ่ม  ซึ่งสามารถแสดงความสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียน ผู้สอนกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ได้ดังรูปที่ 16

Na16

รูปที่ 16 ผู้เรียน ผู้สอน กับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
Student and Instructor in 21st Century Learning

จากรูปที่ 16 อธิบายได้ว่าภายใต้กรอบการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 (21ST Century Learning) มีองค์ประกอบภายใน 2 ส่วนที่สำคัญคือ ผู้เรียนและผู้สอน โดยผู้เรียนต้องเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้ ขณะที่ผู้สอนมีหน้าที่ในการวางแผนและจัดการเรียนการสอน ให้สอดคล้องกับบริบทการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 โดย

  • ผู้เรียน เป็นศูนย์กลางของการจัดการเรียนรู้ ที่ต้องได้รับการพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ ได้แก่ ทักษะด้านการคิด (Conceptual Skills) ทักษะด้านการสื่อสาร (Communication Skills) ทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Skills) และทักษะด้านความร่วมมือและการทำงานเป็นทีม (Collaboration and Teamwork Skills)
  • ผู้สอน ต้องสร้างสมดุลใน TeSP (T : TQF , E : e-learning , S : Social network , P : Project-based Learning) เพื่อใช้สำหรับวางแผนในการจัดการเรียนเชิงรุก โดยผู้สอนจะมีบทบาทเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) และผู้ให้คำแนะนำ (Mentor)  ไม่ว่าผู้สอนจะใช้วิธีการเรียนรู้เชิงรุกวิธีใด ผู้สอนควรเริ่มต้นจากมคอ.02 และ 03 (TQF02, 03) ที่จะช่วยผู้สอนในการมองภาพรวมของการจัดการเรียนการสอนและการประเมินผล อย่างไรก็ตามเพื่อให้การจัดการเรียนการสอนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีบทบาทในการเรียนเพิ่มขึ้น การเรียนรู้ด้วยโครงงาน (Project-based Learning) จึงเป็นรูปแบบการเรียนรู้เชิงรุกที่สนับสนุนให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะที่หลากหลายที่นำไปสู่การบูรณาการความรู้และการสร้างสรรค์นวัตกรรม

ทั้งสององค์ประกอบมีผลต่อความสำเร็จในการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เพราะทำให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี และทักษะด้านชีวิตและอาชีพ เพื่อเตรียมความพร้อมของผู้เรียนในทักษะด้านต่าง ๆ ทึ่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 ได้ ในขณะเดียวกันภายใต้การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 จะทำให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาเพื่อเป็น “คนไทยยุค 4.0” ที่สามารถใช้สร้างสมดุลในการใช้ชีวิตและสรรค์สร้างนวัตกรรมได้

การใช้เครือข่ายสังคมส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยโครงงาน จึงเป็นรูปแบบการเรียนเชิงรุกที่สอดคล้องกับการศึกษาและการพัฒนาผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 เพราะผู้สอนได้ปรับบทบาทของตนเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) และ ผู้ให้คำแนะนำ (Mentor) มีหน้าที่ในการสร้างเนื้อหา กิจกรรม สื่อและเทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอนให้สร้างสรรค์และสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้เรียน ขณะที่ผู้เรียนจะมีบทบาทเพิ่มขึ้นในการเรียน ได้รับการพัฒนาทักษะทางการคิด     สามารถเชื่อมโยงและบูรณาการความรู้ทั้งจากในห้องเรียนจากผู้สอนและจากเครือข่ายออนไลน์ได้อย่างเป็นระบบ ผู้เรียนได้เรียนรู้ที่จะแบ่งปันความรู้กับผู้อื่น และสามารถเรียนรู้โดยไม่สิ้นสุด ไม่จำกัดเวลา สถานที่ จากกิจกรรมการจัดการเรียนการสอนที่หลากหลาย ทำให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะที่จำเป็น อาทิ ทักษะการคิด ทักษะการสื่อสาร ทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และทักษะการทำงานเป็นทีม ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นเพื่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมของ “คนไทยยุค 4.0” อันจะทำให้สังคม ชุมชนและประเทศชาติ เติบโตได้อย่างมั่งคั่ง มั่นคงและยั่งยืน


รายการอ้างอิง

กองบริหารงานวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา, พิมพ์เขียว Thailand 4.0 โมเดลขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่งคั่ง มั่นคงและยั่งยืน. (ออนไลน์ )เข้าถึงเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2560. http://www.libarts.up.ac.th/v2/img/Thailand-4.0.pdf

ณัฐธยาน์ ตรีผลา. 2558. ความพึงพอใจของนักศึกษาวิชา MGT351 พฤติกรรมองค์การ และการพัฒนาองค์การที่มีต่อการเรียนรู้เชิงรุก. การประชุมวิชาการ  มหาวิทยาลัยศรีปทุม (ครั้งที่ 10).

พฤทธิ์ พุฒจร. พัฒนาการศึกษาด้วย IoT (Education development with Internet of Things). (ออนไลน์) เข้าถึงเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2560. https://spidyhero.wordpress.com/

ภาสกร เรืองรอง , ประหยัด จิระวรพงศ์ , วณิชชา แม่นยา , วิลาวัลย์ สมยาโรน ,ศรัณยู หมื่นเดช และชไมพร ศรีสุราช. โซเชียลมีเดียกับการศึกษาไทย Social Media in Thailand Education. (ออนไลน์) เข้าถึงเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2560. https://hooahz.wordpress.com/

วัชรินทร์ โพธิ์เงิน , พรจิต ประทุมสุวรรณ และ สันติ หุตะมาน. การจัดการเรียนการ  สอนแบบโครงงานเป็นฐาน. (ออนไลน์)  เข้าถึงเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2560. http://www.fte.kmutnb.ac.th/km/project-based%20learning.pdf

‎Netthailand. e-Learning คืออะไร. (ออนไลน์) เข้าถึงเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2560. http://www.netthailand.com/home/articles.php?art_id=12

Banner: https://www.ino9ve.com

natthayaTR